เกษตรทฤษฎีใหม่ แนวพระราชดำริสู่การพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

บรรยากาศการสัมมนา ณ ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร เป็นปัญหาสำคัญยิ่งในปัจจุบัน และการประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ำฝนทำนาเป็นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ยงสูง เป็นเหตุให้ผลผลิตข้าวอยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน “แนวพระราชดำริเกษตรทฤษฏีใหม่” ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก มาจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผลเพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ใว้ใช้จ่ายและมีอาหารใว้บริโภคตลอดปีซึ่งได้ดำเนินการอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพื่อการผลิตทางเกษตรกรรมที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า “…ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้จะทำความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน…” (สำนักพระราชวัง, ๒๕๔๒: ๓๑)

วีเอ็นยูฯ ผู้จัดงานฮอร์ติ เอเชีย 2017 ร่วมกับ นิตยสารเคหการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรของไทย พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริมาต่อยอดเพื่อร่วมพัฒนาเกษตรกร จึงจัดงานเกษตรสัญจรขึ้นเพื่อเดินสายจัดงานสัมมนาเชิงเกษตรเพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการพัฒนาธุรกิจเกษตรของตนเองให้อยู่รอดและมีกินมีใช้ตามที่พระราชหฤทัยมุ่งมั่นของพระองค์ จึงเดินหน้าจัดงานเกษตรสัญจร ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม 2559 นำร่องจังหวัดแรกที่กาญจนบุรี โดยวันแรกได้นำคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชม หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง จังหวัดกาญจนบุรี รับผิดชอบโครงการโดยผู้ใหญ่พิเชษฐ์ เจริญพร เผยว่า เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางการพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรม เฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสมทฤษฎีใหม่ขั้นต้น โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 หมายถึง 30% สำหรับแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ขุดสระขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มพูนรายได้ ส่วนที่ 2 แบ่ง 30% สำหรับเพาะปลูกพืชไร่ ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว การปลูกไร้อ้อย และหญ้าเนเปียร์ หญ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงช้างซึ่งกำลังนำหญ้าชนิดนี้มาใช้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกษตรกรได้รายได้ดี ส่วนที่ 3 แบ่ง 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันใช้บริโภคและนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ พื้นที่ส่วนที่สี่ ประมาณ 10% เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอื่นๆ สัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อได้แก่ ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาสวาย ปลาบึก ซึ่งล้วนเป็นสัตว์กินพืช รวมกว่า 2500 ตัว นอกจากนั้นยังเลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 225 ตัว ไก่ไทย 20 แม่พันธุ์พร้อมเครื่องฟักลูกเจี๊ยบ เป็ด 220 ตัว หมูหลุม 20 ตัว และกำลังสร้างคอกกบอีก 500 ตัวโดยริเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ซึ่งประสบความสำเร็จไปแล้ว 75% จากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสามารถทำให้เกษตรกรไทยลืมตาอ้าปากได้ โดยมีรายได้จุนเจือครอบครัวทั้งแบบรายวัน จากการเก็บไข่ไก่ ไข่เป็ด รายได้รายเดือนจากพืชอายุสั้น อาทิ มะเขือเทศ พืชผัก และรายได้รายปีจากไม้ผล ปศุสัตว์ – สัตว์น้ำ

ท่านศักดิ์ สมบุญโต
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี

อาจารย์เปรม ณ สงขลา
บรรณาธิการวารสารเคหการเกษตร

คุณชินกฤต วิภาวกิจ
ผู้จัดการฮอร์ติ เอเชีย 2017

วันที่สองของการจัดงานเปิดสัมมนาฟรี ในหัวข้อ “โอกาสทางการเกษตรของเกษตรกรไทย และ โมเดลเทคโนโลยีไต้หวัน สู่การปรับตัวของเกษตรกรไทย” เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับเกียรติจากท่านศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยคุณมนตรี เชื้อใจ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวรายงานความร่วมมือการจัดงาน, อาจารย์ เปรม ณ สงขลา บรรณาธิการ วารสารเคหการเกษตร และคุณชินกฤต วิภาวกิจ ผู้จัดการโครงการอาวุโส ฮอร์ติ เอเชีย 2017 ร่วมแบ่งปันความรู้และชี้แนะแนวทางการนำเทคโนโลยีต่างประเทศเข้ามาปรับใช้กับการเกษตรกรของไทย ในการลดต้นทุน เพิ่มพูนผลผลิต และสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ปิดท้ายด้วยคุณประเมศร์ สมพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงพาณิชย์ บริษัท เนต้าฟิม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำระบบน้ำทางการเกษตรของโลกจากประเทศอิสราเอล ร่วมแนะแนวทางแก้ปัญหาการชลประทานระดับจุลภาคเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งได้มีเกษตรกรและสื่อมวลชนในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม เกษตรกรไทยสามารถติดตามข่าวสารการจัดงานเกษตรสัญจรครั้งต่อไปได้ที่ www.horti-asia.com ซึ่งการจัดสัมมนาในโครงการเกษตรสัญจรเป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมตัวอย่างของงานฮอร์ติ เอเชีย 2017 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งเอเชีย ครั้งที่ 5 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2560 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ภายในงานจะมีบริษัทชั้นนำมาจัดแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมากมาย งานสัมมนานานาชาติจากสมาคมภาครัฐและเอกชนในหัวข้อที่น่าสนใจ จึงขอเชิญชวนเกษตรกรไทยมาร่วมชมงานเพื่อพัฒนาธุรกิจภาคเกษตรให้เฟื่องฟูต่อไป

รายละเอียดการจัดงานฮอร์ติ เอเชีย 2017

งานฮอร์ติ เอเชีย 2017 คือ งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้ แห่งภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 จัดงานระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2560 ณ ฮอร์ 105 ไบเทค กรุงเทพ ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายในการนำบริษัทชั้นนำระดับสากลจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก มากกว่า 200 บริษัท พร้อมทั้งมีไฮไลท์พาวิลเลียนนานาประเทศ นำวัตกรรมสมัยใหม่มาจัดการแสดงให้ชมกัน บนพื้นที่การจัดงานกว่า 8,000 ตารางเมตร ปีนี้จัดงานพร้อมกันกับงาน วิฟเอเชีย งานปศุสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ ครั้งแรกของการนำงานด้านเครื่องจักรกลการเกษตรระดับโลกจากเยอรมนีสู่เอเชีย กับงานอะกริเทคนิก้าเอเชีย นับได้ว่าในครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวกันของทั้ง 3 งาน โดยครอบคลุมทั้งพืชสวน พืชไร่ เทคโนโลยีเกษตร และปศุสัตว์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั้งจากในประเทศและนานาชาติกว่า 15,000 คนตลอด 3 ของการจัดงาน

รายละเอียดโครงการและสำรองพื้นที่ ติดต่อ
คุณชินกฤต วิภาวกิจ อีเมล chinakit.vip@vnuexhibitionsap.com โทร. 02-670-0900 ต่อ 105

สื่อมวลชน ติดต่อ
คุณแสงทิพ เตชะปฏิภาณดี อีเมล saengtip.won@vnuexhibitionsap.com โทร 02-670-0900 ต่อ 122